มังงะ

ละครสะท้อนชีวิต จากซีรี่ส์LGBTQ+ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ บทละครที่สะท้อนความจริง

ละครสะท้อนชีวิต จากซีรี่ส์LGBTQ+ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ บทละครจากนิยายเรื่องดัง ที่ดัดแปลงมาทำซีรี่ส์ ให้ได้ดูกัน

ละครสะท้อนชีวิต จากซีรี่ส์LGBTQ+ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ ในบทละคร ละครสั้นสะท้อนสังค ของนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ บทละครสะท้อนชีวิต ที่ระหว่างเหลียน และเกื้อ ที่มีทั้งการแสดงด้านอารมณ์ และการสื่อสารทางสายตา หรือแม้กระทั่ง สะท้อนให้เห็นชีวิตจริงในปัจจุบัน

ของแต่ละคน ทั้งการใช้ชีวิตประจำวัน ไลฟ์สไตล์ และต่างๆอีกมากมาย ที่สื่อให้รู้ถึง ความรู้สึก ความต้องการ ของเพศทางเลือก อย่างLGBTQ+ ที่ถือเป็นเพศทางเลือก ในยุคปัจจุบัน ที่กำลังเปิดกว้างมากขึ้น แต่ไม่ว่าในประเทศไทยนั้น

จะมีเพศทางเลือกที่เยอะ แล้วเปิดกว้างมากขึ้น หรือเพศทางเลือกนั้น ถูกยอมรับมากยิ่งขึ้นเท่าไหร่ ก็ไม่ได้ทำให้ เพซทางเลือกของประเทศไทยนั้น เป็นเพศทางเลือก ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะถึงแม้จะรัก จะดูแลกัน มังงะ

หรือแม้แต่ จะแต่งงาน ให้กับทั้งโลกได้รู้ ก็ไม่ได้รับการยินยอม หรือเป็นเรื่องที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งเรื่องการจดทะเบียนที่ทั้งคู่ไม่อาจจะทำได้ ทั้งเรื่องการตัดสินใจ ยินยอมให้ผ่าตัด หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็ไม่สามารถทำได้

หรือแม้แต่กระทั่งมรดก ที่ควรจะเป็นของใครคนใดคนหนึ่ง หากคนรักของตนเสียชีวิตไป ก็ยังทำไม่ได้ เพราะคำว่า กฎหมายยังไม่ได้รองรับนั่นเอง จึงทำให้เพศทางเลือกของไทย เป็นปัญหาในการใช้ชีวิตแบบจริงๆ ซึ่งนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อนี้

เป็นละครที่สะท้อนชีวิต และส่งเสริม และเรียกร้อง ให้มีการเปิดกว้าง หรือให้เพศทางเลือก มีการสมรส ที่ถูกกฎหมาย และเป็นเพศทางเลือกที่ถูกยอมรับ เหมือนอย่างทั่วโลก ได้อย่างจริงๆ อย่างบทละคร ที่มีบทสนทนา

ระหว่งเหลียนกับเกื้อ ที่สื่อออกมาได้อย่างได้ชัดเจน ว่า ถึงแม้ครอบครัวจะมั่นหมายทั้งคู่กันไว้ตั้งแต่เด็ก แต่ก็ไม่ได้ทำให้ในชีวิตจริง การแต่งงานของทั้งคู่นั้น จะสามารถจดทะเบียน กันให้ถูกต้องตามกฎหมาย ได้สะที่ไหนกัน

โดยประโยคที่ทั้งคู่พูดกันนั้น ก็คือ มึงก็รู้ป่ะว่าการหมั้นของมึงกับหนูเกื้อ มันไม่ Valid กันทางกฎหมายอยู่แล้ว บอกเลยว่า บทสนทนานี้ ทำให้ใครหลายๆคน หรือคนดู ถูกใจ เพราะเป็นคำพูดที่เป็นเรื่องจริง และสะท้อนถึงคู่รักหลายๆคู่ในปัจจุบันของไทย

หรือแม้แต่กระทั่ง ในบทสนทนาของเหลียนกับ อี้ ที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา ที่เอ่ยเตือนถึงการหมั้น ระหว่างเขาและเกื้อ ว่าสุดท้ายการหมั้นในครั้งนี้ ก็เป็นเพียงสัญญาปากเปล่า ไม่ได้มีผลในทางกฎหมาย ยิ่งสะท้อนภาพความจริง

ในสังคมไทย ที่กฎหมายในตอนนี้ ก็ยังไม่สามารถรองรับความรัก ละครสะท้อนสังคมไทย ที่หลากหลาย ของผู้คนในสังคมได้นั่นเอง บอกเลยว่า ในเรื่อง ยังมีบทสนทนาดีๆอีกมาก ที่สะท้อนความเป็นจริง ของคู่รักที่หลากหลาย ของคนไทยได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ละครสะท้อนชีวิต จากซีรี่ส์LGBTQ+ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ สนุกไปกับEP.2 ที่จะทำให้สนุกและฟิน กันได้แบบจุกๆ

เมื่อเราย้อนกลับไปใน EP.2 บทละครสะท้อนชีวิตวัยรุ่น ซึ่งเป็นการเริ่มเสิร์ฟความสนุก ต่อเนื่องจากตอนแรก ที่ทำให้แฟนๆ ได้ฟินแบบไม่กั๊ก ที่มีทั้งซีนโรแมนติก และคอมเมดี้เสริมความเข้มข้น ในส่วนของซีนดราม่าเข้าไป จากตัวละคร ของหนูเกื้อ

โดยเฉพาะซีนในรถยนต์ ของพระเอก ระหว่างทางกลับบ้าน ที่นายเอกอยู่ในสภาพเมา จนไม่ได้สติ และคิดน้อยเนื้อต่ำใจคิดว่า เฮียเหลียน ไม่รัก จึงหลุดพูดประโยคแทงใจออกมาว่า เกื้อก็เป็นเด็กดีมาตลอด รักเกื้อบ้างไม่ได้หรอ นิ่งเฮียตอนจบ

แค่แกล้งรักก็ได้ ฟังแบบนี้แล้วพระเอกก็สงสัย และจุกอก จึงไม่ขออยู่นิ่ง ขอตอบกลับด้วยภาษากาย แทนคำพูด และความรู้สึกในใจทั้งหมด เพื่อให้รับรู้ว่าเฮียก็รักหนูเกื้อเหมือนกัน  ซึ่งบอกเลยว่า ซีนนี้ เอาใจคนดู และแฟนๆ ไป 100 เต็ม 10 ได้เลย

บอกเลยว่า ได้ซึ้งกับโมเมนต์นี้ กันถ้วนหน้า ส่วนทางฝั่งคู่ของ เฮียอี้ และ คนเดียว ที่เคมีความจิ้น ไม่น้อยหน้ากัน กับหลายๆ ซีนที่ทำให้เห็นว่า แม้เฮียอี้จะวางตัวดูเคร่งขรึมแค่ไหน แต่ในแววตา หรือโมเมนต์เผลอๆ ก็มีความห่วงใย และเอ็นดูให้กับ คนเดียว อยู่เสมอ

ละครสะท้อนชีวิต

ละครสะท้อนชีวิต จากซีรี่ส์LGBTQ+ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ เล่าเรื่องสปอยพาท2 ของเฮียเหลียนและหนูเกื้อ

เล่าเรื่องเริ่มที่เฮีย กับหนูเกื้อ ที่กำลังทะเลาะกัน หนูเกื้อเลยอยากถอนหมั้น เพราะเข้าใจว่าเฮียไม่รัก แต่งงานกันได้นะ แต่คือเฮียไม่รักจริงๆ หรือมันเป็นเพราะว่าเฮียรู้ว่า หนูเกื้อที่รู้จักกันทุกวันนี้ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อดูได้ที่ไหน ไม่ใช่หนูเกื้อที่เป็นหนูเกื้อจริงๆ

(เพราะหนูเกื้อที่เวลาอยู่กับเฮีย คือไม่เป็นตัวเอง ต้องเป็นใครอีกคน) หนูเกื้อที่เห็นกันอยู่ เป็นเด็กเรียบร้อย ใส่เสื้อผ้า earth tone ใส่สีเรียบๆ และเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์ ชอบกินอาหารจีน แต่ความเป็นจริงแล้ว ที่เฮียรู้มาคือผิด

เพราะหนูเกื้อ มีหลายอย่างที่ไม่ตรงปก จริงๆแล้ว หนูเกื้อเรียนวิศวะยานยนต์ ชอบซ่อมรถ ตัวเปื้อน เป็นคนใส่เสื้อสีสัน ซึ่งทั้งหมดนี้ มันเกิดจากการที่ หนูเกื้อคิดว่าเฮีย จะต้องของตัวเองในเวอร์ชั่น แบบที่แม่ตัวเอง เป็นที่เป็นภรรยาท่านทูต

ที่เป็นคนเรียบร้อย เป็นแม่ศรีเรือน แต่หลังจากที่หนูเกื้อไปเรียนนอก ก็ได้เจออะไรใหม่ๆ เจอสิ่งที่ตัวเองชอบ ทั้งกลอง ทั้งมอไซต์ ชอบความเร็ว จากสิ่งที่ชอบเลยกลัวว่าเฮียจะผิดหวัง ในตัวเอง ก็เลยสร้างตัวตนขึ้นมาอีกแบบ เมื่อต้องไปเจอหน้ากัน

พอเฮียเริ่มตงิดใจ ก็หงุดหงิดพาลโมโห น้องเลยเข้าใจผิดเลยคิดจะถอนหมั้น พอจบเหตุการณ์นั้น น้องก็ไปเลยกินเหล้าย้อมใจ ที่บาร์ที่ตัวเองคุ้นเคย ตีกลองรับอาชีพเสริมสนุกๆ แต่บาร์นี้ดั้นเป็นบาร์เดียวกับที่เฮียชอบไปดื่ม

พอเมาเฮียเจอ ก็เลยหิวกลับ และก็เป็นคืนนั้นแหละที่เฮียได้เห็นบ้านลับของน้อง และได้เห็นลูกรักบิ๊คไบค์ของน้อง จากนั้นก็ได้มีการตามง้อ เชิงบังคับของเฮียเกิดขึ้น แบบว่าให้น้องย้ายไปอยู่ด้วยกัน แต่ข้อแม้ของน้องที่ได้ ก็ยังคงต้องนอนคนละห้อง นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อนักแสดง ห้ามก้าวก่าย

นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ Ep.3 เมื่อทั้งคู่ทะเลาะกัน แล้วดันมาเจอกัน ทำเอาเฮียได้เห็นตัวตนของเกื้อ และจะเป็นยังไงต่อไป ไปดูกัน

ล่าสุด หลังจากที่หนูเกื้อ กับเฮียทะเลาะกัน และหนูเกื้อไปบาร์ และเมา ที่ซึ่งเฮียไปเจอ และเริ่มเรื่องด้วยความโรแมนติก ที่ทำให้เห็นมุมอ่อนโยน และความถนุถนอมของ เฮียเหลียน ที่มีต่อคู่หมั้นอย่าง หนูเกื้อ เทคแคร์ดี ตั้งแต่ถอดรองเท้า

ไปจนถึงอุ้มไปส่งที่เตียงนอน ต่อมาความสับสนได้เกิดขึ้นกับ หนูเกื้อ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ เต็มเรื่อง ทันทีที่ลืมตาตื่นในเช้าวันใหม่ เนื่องจากจำเหตุการณ์เมื่อคืน ที่ผ่านมาไม่ได้เลย ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แม้กระทั่งมาอยู่บนเตียงนอนที่นี่ได้อย่างไร

ทำเอาหนูเกื้อจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะภาพเหตุการณ์เมื่อคืน กับผู้ชายคนหนึ่งที่คล้ายๆ เฮียเหลียน ผุดขึ้นมา แต่จำได้แบบเลือนลางมากๆ  ทำให้คิดหนักว่างานจะเข้าหรือไม่ เพราะถ้าเป็นคนนั้น คือ เฮียเหลียนจริงๆ

เมื่อเฮียตามง้อหนูเกื้อ โดยการบังคับให้ไปอยู่บ้านเดียวกัน ในEp.4นี้ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ และจะเข้าใจกันมากแค่ไหน

เมื่อ นิ่งเฮียก็หาว่าซื่อออนไลน์ เฮียเหลียน ยื่นคำขาดให้ หนูเกื้อ ไปอยู่ที่บ้านของตัวเองด้วยกัน จึงทำให้ถูกตั้งข้อแม้ ทั้งมห้นอนแยกห้อง ห้ามก้าวก่าย จากนั้นก็ได้เริ่มซึมซับกัน จนได้รู้ว่าหลายๆอย่าง ที่เฮียเป็น ที่เฮียชอบ ก็เป็นสไตล์ เป็นแนวที่ตัวเอง ก็ชอบเหมือนกัน

จากที่เข้าใจว่าจะต้องติดหรู จะต้องดูดี จริงๆแล้วเฮียก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น และก็ไม่เคยคิดหวังว่า จะได้อะไรแบบนั้นมาก เพราะด้วยตัวของเฮียเอง ก็ไม่ได้เกิดมารวย ตั้งแต่แรก เมื่อได้อยู่ด้วยกันมากขึ้น ทั้งคู่ก็เริ่มเข้าใจกันมากขึ้น