มังงะ

ซีรี่ส์ LGBTQ+ ซีรี่ส์วายดัง ซีรี่ส์ที่กำลังฉายในปัจจุบัน ที่วัยรุ่นไทย ไม่ดูไม่ได้

ซีรี่ส์ LGBTQ+ ซีรี่ส์วายดัง รีวิวซีรี่ส์ ที่กำลังมาแรง กับนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ พาทที่1

ซีรี่ส์ LGBTQ+ ซีรี่ส์วายดัง ซีรี่ส์ที่กำลังน่าติดตาม หนัง LGBT Netflix 2021 และน่าดูมากที่สุด ที่เป็นซีรี่ส์น้ำดี มีคุณภาพ ที่ถ้าหากใครไม่ได้ดูถือว่าพลาด เพราะเป็นซีรี่ส์ ที่กำลังเข้าถึง และกำลังบ่งบอก ในเรื่องของเพศทางเลือก ที่คนทุกคนนั้น สามารถเลือกกันได้เอง

ซึ่งเป็นซีรี่ส์ ที่ทันสมัย เป็นซีรี่ส์ที่เปิดกว้าง ในเรื่องของเพศทางเลือก ให้กับคนที่กำลังค้นหาตัวเองอยู่ว่า เหมาะกับอะไร และชอบสิ่งไหน ซึ่งนิ่งเฮีนก็หาว่าซื้อ เป็นซีรี่ส์ที่จะเปิดโลกกว้าง ให้กับคนที่ไม่เข้าใจ และไม่รู้ ว่าเพศทางเลือกนั้นมีให้เลือกกันเอง

โดยเนื้อเรื่องของเรื่องนี้ นั้นก็คือ เป็นเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ บวกกับเป็นเรื่องที่มีนักแสดงหน้าใหม่ มากหน้าหลายตา และมากฝีมือเข้ามาเล่น เพื่อให้เข้าถึงบทบาทที่ทำคัญ นั้นได้อย่างดี ซึ่งก็จะเริ่มเรื่องจากการที่ มังงะ

มีสิ่งที่ค่อนข้างน่าสนใจ คือการร้อยเรียงตอนต้น ของเอพิโสดแรก ของเรื่องนี้ ออกมาให้เราได้ ทำความรู้จักสองตัวละครหลัก กันอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียง 5 นาที ด้วยการค่อยๆ เผยให้เห็นภาพ ซึ่งก็คือ ในชีวิตประจำวันของ เกื้อ กีรติ นั้น

เป็นคุณหนูตระกูลดัง ที่เก่าแก่ของประเทศไทย และ เหลียน กิเลน หวัง ลูกชายของครอบครัวเชื้อสายจีน ที่ย้ายมาอาศัยอยู่ในไทย จากเสื่อผืนหมอนใบ ก็ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ กลายเป็นนักธุรกิจหมื่นล้าน

ซึ่งทั้งสองครอบครัว รู้จักกัน ตั้งแต่เหลียนยังเด็ก ในวันที่เกื้อลืมตาดูโลก ก็มีเหลียนอยู่ข้างๆ ตั้งแต่ตอนนั้น เขาจึงเป็นทั้งเพื่อน พี่ชาย และคนที่คอยดูแลเกื้อมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งคุณตาของเกื้อ ยังเป็นผู้มีพระคุณของครอบครัวเหลียน

จากการฝากฝัง ให้เขาช่วยดูแลเกื้อ ก็กลายเป็นสัญญาทางใจให้ ทั้งสองคนหมั้นกันตั้งแต่เด็ก หรือจะเรียกว่า ทั้งคู่ถูกจับคู่ให้กัน แม้จะเป็นเพียงสัญญาปากเปล่าที่ไม่ได้มีลายลักษณ์อักษร แต่ทั้งสองครอบครัว ก็ยึดมั่นในคำสัญญานั้น มาโดยตลอด

โดยที่เกื้อเองก็เต็มใจ เพราะเขารัก และผูกพันธ์กับเหลียนมาตั้งแต่เกิด ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเกื้อจึงพยายามทำตัวน่ารัก เรียบร้อย ให้สมกับการเป็นลูกชายตระกูลเก่าแก่ เพื่อสร้างความประทับใจให้คู่หมั้นของตนเองเสมอ

รู้ตัวอีกที เกื้อก็ได้ปิดบังตัวตน ที่ต่างกันสุดขั้วเอาไว้ โดยที่อีกฝ่าย ไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัส ตัวตนที่แท้จริงของเขาเลยสักครั้ง เนื่องจากว่า ความจริงแล้วนั้น เกื้อ กีรติ เป็นเด็กหนุ่มที่ชื่นชอบ กิจกรรมโลดโผน อย่างการขี่ซูเปอร์ไบค์

เขาเรียนวิศวกรรมยานยนต์ แต่ก็โกหกเหลียนว่า ตัวเองนั้นเรียนอยู่สาขาคอมพิวเตอร์ หนังชายชาย netflix เพราะกลัวอีกฝ่ายจะรับไม่ได้ ที่ลูกคุณหนูอย่างเกื้อนั้น จะต้องมาหน้าคลุกฝุ่น หรือเปื้อนน้ำมัน ในทุกๆวัน ซึ่งมันดูไม่สมกับความรวยที่ตนนั้นมี

ซีรี่ส์ LGBTQ+ ซีรี่ส์วายดัง รีวิวซีรี่ส์วายไทย ที่ถ้าไม่ไม่ดู ถือว่าเชยมากๆ กับเนื้อเรื่อง พาทที่1 ช่วงที่2

จากข้างต้นที่เราได้สปอย หนัง LGBT Netflix 2020 หรือรีวิวไปแล้วนั้น ก็จะบ่งบอกถึงการปิดบังความจริง ของเกื้อ ในเรื่องที่ตัวเองนั้น เรียนวิศวะยานยนต์ แต่กลับต้องโกหกเหลียนไปว่า ตัวเองนั้นเรียนอยู่สาขา คอมพิวเตอร์ ซึ่งนอกจากนั้น

เกื้อยังชื่นชอบ การทานหมูกระทะ การปิ้งย่าง ซึ่งไม่ได้ชอบทานอาหาร ที่เป็นร้านหรูๆ อย่างที่ต้องไปเดต กับคู่หมั้น หรือเหลียน ในทุกๆคืนวันศุกร์ ซี่งเกื้อนั้น เขาก็มีงานอดิเรก ซึ่งก็คือ การเป็นนักร้อง และมือกลองที่บาร์ลับย่านทองหล่อ ละครสะท้อนชีวิต

แต่ทุกครั้งที่ต้องไปพบเหลียน จาก ไอเกื้อ ของเพื่อนๆนั้น ก็จะแปลงร่าง กลายเป็น คุณหนูเกื้อ ที่มักจะต้องสวมชุดสูทสีอ่อน พูดจาสุภาพเรียบร้อย เพื่อไปดินเนอร์ ในร้านอาหารหรู ที่เขาไม่ได้ชื่นชอบ จึงทำให้เกิดความอึดอัดเกิดขึ้น อยู่บ่อยๆ

แต่ถึงแม้ เกื้อจะอึดอัด เพราะต้องปิดบังตัวตน ที่แท้จริง แต่เกื้อก็ยอมอดทน กับสิ่งที่โกหก และสิ่งที่ไม่ใช่ความเป็นตัวเอง มาโดยตลอด เพื่อที่จะสร้างความประทับใจ ให้กับคนที่ตัวเองรักนั่นเอง บอกเลยว่า แค่นี้ก็อินกับเกื้อมากๆแล้ว

ซีรี่ส์ LGBTQ+

ซีรี่ส์ LGBTQ+ ซีรี่ส์วายดัง ซีรี่ส์คุณภาพ กับเรื่องนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ พาทที่1 ช่วงที่3

ความน่าสนใจ ของเรื่องนี้นั้น อีกอย่างเลยคือ การใช้ภาษาภาพ ในการเสริมคาแรกเตอร์ ของตัวละครให้เด่นชัดมากขึ้น ซึ่งจะบ่งบอกความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจน อย่างเช่น การจับคู่สีตรงกันข้ามของเกื้อ โดยในทุกฉาก ที่เกื้อเป็นตัวของตัวเอง

เขามักจะสวมเสื้อผ้าสีแดง หรือแม้แต่ของใช้ส่วนตัวอย่างเคสโทรศัพท์ ที่พกติดตัวก็ยังเป็นสีแดง สื่อถึงอุปนิสัยมั่นใจ มีชีวิตชีวา แต่ก็ตรงไปตรงมา และใจร้อนในบางครั้ง และเมื่อต้องกลายเป็น หนูเกื้อ เสื้อผ้าที่ใส่ ก็มักจะเป็นสีครีม

ซึ่งก็จะสื่อถึง ภาพลักษณ์ที่สุภาพ และอ่อนโยน ในขณะที่เหลียนนั้น มักจะสวมเสื้อผ้าสีเทา หรือสีดำ เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็จะสื่อได้ถึง ความมั่นคง สงบนิ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็ลึกลับ ซีรี่ย์หญิงรักหญิง netflix และคาดเดาได้ยาก อย่างที่เราไม่ได้คาดคิด ไว้ตั้งแต่แรก

ซึ่งทั้งเกื้อ และผู้ชมจะรู้สึกไม่เข้าใจ ในการกระทำของเหลียนอยู่บ่อยครั้ง หนังชายรักชาย netflix พากย์ไทย ซึ่งถ้าหากคุณผู้ชมคนไหน ที่อยากรู้ว่า ทำไมเหลียนถึงเป็นแบบนี้ หรือจริงๆแล้ว ทั้งคู่เป็นคนยังไง และรู้สึกอะไรนั้น ก็ต้องห้ามพลาด กับการรีวิวซีรี่ย์ กับทางเว็บรีวิวซีรี่ส์ของเรานั่นเอง

ความน่ารัก และการเก็บรายละเอียด ของเรื่องนิ่งเฮียก็หาว่าชอบ ที่เก็บรายละเอียดในทุกๆฉาก และใส่ใจในทุกเรื่อง

บอกเลยว่า ซีรี่ส์เรื่องนี้ เป็นซีรี่ส์คุณภาพของจริง หนัง LGBT Disney เพราะเนื่องจาก ในปัจจุบันนั้น การที่จะทำให้ซีรี่ส์ ออกมาดี และไม่โป๊ะ ซึ่งส่วนหนึ่งนั้น ก็จะมาจาก การเก็บรายละเอียดต่างๆ ที่มีทั้งหมด ในฉากนั้นๆ ของนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ

ที่ซึ่งในปัจจุบัน การที่ซีรี่ส์เรื่องไหน ที่เก็บรายละเอียด แล้วไม่โป๊ะ ก็ยิ่งเป็นซีรี่ส์ที่ดึงดูด และน่าสนใจมาก สำหรับคนดูเลยก็ว่าได้ ซึ่งบอกเลยว่า ซึ่งหาดูได้น้อยมากๆ อย่างนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อนี้ ก็ยังมีการสอดแทรกบทสนทนาเล็กๆ น้อยๆ

อย่างการนัดหมายของเหลียน ที่เขามักระบุเวลาเป็นเศษนาทีอย่างชัดเจน ซึ่งก็ยิ่งจะช่วยเสริมภาพ ของความเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ ให้กับตัวละคร ได้อย่างดี อีกทั้งก็ยังมีงานภาพ ที่เก็บรายละเอียด และระบุ เจาะจงความเป็นตัวเองได้อย่างชัดเจน

จึงทำให้คนดูนั้น จะเพลิดเพลิน กับการดูซีรี่ส์ และอิน และเข้าถึง ได้ตั้งแต่วินาทีแรก รวมถึงจังหวะ ของการตัดต่อ ที่สอดรับไปกับจังหวะการหยอดมุก ในแต่ละฉากได้อย่างดี แม้แต่ในฉากจริงจัง หรือดราม่า ก็ยังมีกลิ่นอายของความคอเมดี้ ให้ผู้ชมได้รู้สึกผ่อนคลายอยู่เสมอ

ความตั้งใจ ของเรื่องนิ่งเฮียก็หาว่าซื่อ ซีรี่ส์LGBTQ+ ที่สะท้อนถึงความจริงในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ความตั้งใจ ของการผลิตซีรีส์เรื่องนี้ หนัง LGBT 2021 สำหรับตัวผู้กำกับของเรื่องนี้นั้น ก็เพื่อที่จะ เป็นกระบอกเสียง ให้กับกลุ่มคนที่ เป็นเพศทางเลือก LGBTQ+ ที่สามารถเลือกกันเองได้ ซึ่งก็จะถูกถ่ายทอด และสื่อสารออกมาอย่างชัดเจน

ด้วยตัวละครเหลียน ที่มีการกล่าวตำหนิตัวแทนบริษัทเอเจนซี ในเรื่อง ที่กำลังเล่าถึง แนวคิดของโฆษณาน้ำดื่มตรากิเลน ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจของเขา ที่ว่าด้วยคำว่า….ผมว่ามันหมดยุคแล้ว การที่เอาคนที่เป็น LGBTQ+ มาแสดงแต่ด้านตลกด้านเดียว

ความคิดมัน Cliche เกินไป….บอกเลยว่า ถ้าใครได้ดูฉากนี้ก็จะต้องชอบมากๆ เพราะสื่อสารออกมาได้จริง และตรงตามกับคนสมัยใหม่ ในยุคนี้มากที่สุดนั่นเอง นับเป็นบทพูดเล็กๆ ที่สะท้อนถึงความพยายาม ในการเปลี่ยนแปลงภาพจำเก่าๆ ที่สื่อเคยผลิตซ้ำในอดีต